รอยแดงในแผลเป็นนูนลอยด์ Keloid Scar Redness เกิดจากอะไร & ดูแลได้อย่างไร ?

Last updated: 24 ก.พ. 2569  |  15 จำนวนผู้เข้าชม  | 

รอยแดงในแผลเป็นนูนลอยด์ Keloid Scar Redness เกิดจากอะไร & ดูแลได้อย่างไร ?

 

 ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไป แล้วแต่บุคคล 

รอยแดงในแผลเป็นนูนลอยด์ Keloid Scar Redness เกิดจากอะไร & ดูแลได้อย่างไร ?

สาเหตุของรอยแดงในแผลเป็นนูนคีลอยด์
1. การเพิ่มจำนวนของหลอดเลือดใหม่ (Neoangiogenesis)
แผลคีลอยด์มีการกระตุ้นการสร้างหลอดเลือดใหม่จากสารกระตุ้นการเจริญเติบโต เช่น VEGF ทำให้บริเวณแผลมีสีแดงหรือชมพูเด่นชัด

2. การอักเสบเรื้อรังระดับต่ำ (Chronic Inflammation)
มีการหลั่งสารก่อการอักเสบ เช่น TGF-β และ interleukins อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ไฟโบรบลาสต์ทำงานมากกว่าปกติและสร้างคอลลาเจนเกินความจำเป็น

3. การขยายตัวของหลอดเลือด (Persistent Vasodilation)
หลอดเลือดในแผลมีการขยายตัวต่อเนื่อง ทำให้เห็นเส้นเลือดชัดเจน โดยเฉพาะในคีลอยด์ที่ยังอยู่ในระยะ active

4. ความหนาของพังผืดและลักษณะผิวเหนือแผล
โครงสร้างเนื้อเยื่อที่หนาผิดปกติร่วมกับผิวหนังชั้นบนที่บางลง ทำให้สีของหลอดเลือดสะท้อนผ่านผิวได้มากขึ้น

รอยแดงในแผลเป็นนูนลอยด์ Keloid Scar Redness เกิดจากอะไร & ดูแลได้อย่างไร ?

แนวทางการดูแลรักษารอยแดงในคีลอยด์
1.เลเซอร์กลุ่มที่จำเพาะต่อหลอดเลือด
เช่น Pulsed Dye Laser (PDL 595 nm), Long-pulsed Nd:YAG 1064 nm หรือ 585 nm Gold Toning Picosecond Laser ช่วยลดความแดง ลดจำนวนหลอดเลือด และบรรเทาอาการคันหรือปวดตึง
• โดยเทคนิคที่หมอใช้จะใช้ 585 nm Gold Toning Picosecond Laser ครับ

โดยใช้ หัวยิง Gold Toning Handpiece มีช่วงความยาวคลื่น 585 nm นิยมใช้แก้ปัญหาสิวอักเสบ รอยแดงจากสิว รอยแดงจากเส้นเลือดฝอยขนาดเล็ก และฝ้าเลือด ลบรอยสักสีฟ้า รวมถึงดูแลรอยแดงและปัญหาเส้นเลือดในแผลเป็น แผลผ่าตัด แผลเป็นนูนคีลอยด์ครับ
จุดเด่นอย่างหนึ่งของความยาวคลื่น 585 nm ในหัวยิง Gold Toning Laser คือ ดูดซับได้ดีโดย Oxyhemoglobin (เม็ดสีในเลือด) ซึ่งพบได้ในหลอดเลือดฝอย จึงนิยมนำมารักษาความผิดปกติของเส้นเลือดใต้ผิว เช่น รอยแดงจากสิว ฝ้าเลือด

2. การฉีดยาเข้าแผล (Intralesional Injection)
การฉีด triamcinolone acetonide เพื่อลดการอักเสบและยับยั้งการทำงานของไฟโบรบลาสต์ หรือการใช้ร่วมกับ 5-fluorouracil ในกรณีที่ดื้อต่อการรักษา

3. การรักษาแบบผสมผสาน (Combination Therapy) ในกรณีที่แผลมีทั้งความหนาและรอยแดงเด่นชัด อาจใช้ fractional laser เพื่อลดความหนาของพังผืด ร่วมกับ vascular laser เพื่อลดหลอดเลือด และเสริมด้วยแนวทาง regenerative ตามความเหมาะสม

4. การดูแลเสริม (Adjunctive Care)
การใช้ silicone gel หรือ silicone sheet เพื่อลดแรงตึง การทำ pressure therapy ในบางตำแหน่ง การหลีกเลี่ยงการเสียดสี และการป้องกันแสงแดดอย่างเหมาะสม มีส่วนช่วยลดการกระตุ้นการอักเสบและลดโอกาสการกลับเป็นซ้ำ

สรุป: รอยแดงในแผลเป็นนูนคีลอยด์เกิดจากการเพิ่มจำนวนของหลอดเลือดร่วมกับการอักเสบเรื้อรังและการสร้างคอลลาเจนมากเกินไป การรักษาที่มีประสิทธิภาพจึงควรมุ่งลดหลอดเลือด ควบคุมการอักเสบ และปรับกระบวนการสร้างพังผืดให้สมดุล โดยควรอยู่ภายใต้การประเมินและวางแผนการรักษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ทั้งนี้ผลการรักษาอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล

ตัวอย่างการรักษา
https://youtu.be/Si6sCBSp584?si=lAsgrpgc1Sl1X2CR 
.....

http://line.me/ti/p/@Demedclinic

....
ปรึกษาคุณหมอหรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่
Tel : 063-959-4392
Line: http://line.me/ti/p/@Demedclinic       
Line: @Demedclinic
Wechat/Whatsapp: Demedclinic
IG: https://www.instagram.com/drsuparuj      
FB: www.facebook.com/drsuparuj     
Youtube: https://bit.ly/3p20YLE     
Blockdit: https://bit.ly/3d8vYr1     
TikTok : https://vt.tiktok.com/ZSJ141Mdf/      
X.com : https://mobile.twitter.com/drruj1      
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/s/GgUZYhfpSs      
www.demedclinic.com     / www.demedhaircenter.com   

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้