Last updated: 18 ก.ย. 2569 | 6 จำนวนผู้เข้าชม |
Update เทคนิคดูแลแผลเป็นนูนคีลอยด์ ครับ (Hypertrophic scar & Keloid Treatment Update)
คีลอยด์ Keloid มักล้ำออกนอกขอบเขตของแผลเดิม มีแนวโน้มโตต่อเนื่องและกลับเป็นซ้ำได้ ขณะที่แผลเป็นนูน Hypertrophic Scar มักอยู่ในขอบเขตแผลเดิม แต่สามารถทำให้คัน เจ็บ แข็งตึง หรือจำกัดการเคลื่อนไหวได้เช่นกัน

ก่อนวางแผนรักษา แพทย์ควรประเมิน 5 ประเด็นหลัก
1. ความเคลื่อนไหวของแผลเป็น
แผลแดง คัน เจ็บ นูนขึ้น แข็งขึ้น หรือขยายขอบเขตหรือไม่ อาการเหล่านี้อาจบ่งว่าแผลยังมีการอักเสบและการสร้างพังผืดต่อเนื่อง
2. ความนูนและความแข็ง
ประเมินความสูง ความยืดหยุ่น และอาการตึงรั้ง โดยเฉพาะบริเวณที่มีแรงดึงสูง เช่น หน้าอก ไหล่ กราม หรือรอบข้อ
3. ตำแหน่งและประวัติการกลับเป็นซ้ำ
แผลตำแหน่งเดิมที่เคยรักษาแล้วกลับนูน หรือมีประวัติคีลอยด์ในครอบครัว อาจต้องวางแผนการรักษาและติดตามใกล้ชิดขึ้น
4. สีผิวและความเสี่ยงรอยดำหลังการอักเสบ
ผู้ที่มีผิวคล้ำหรือมีประวัติรอยดำง่าย ควรระมัดระวังการใช้พลังงานที่มากเกินไป เพราะอาจเกิด post-inflammatory hyperpigmentation หรือ PIH ได้
5. เป้าหมายการรักษาของผู้ป่วย
ลดคัน ลดเจ็บ ลดความนูน เพิ่มความนุ่ม ลดรั้งข้อ หรือปรับสีและผิวสัมผัส เป้าหมายแต่ละข้ออาจต้องใช้วิธีรักษาไม่เหมือนกัน




แนวทางการรักษาจึงมักเป็นแบบเป็นลำดับ
ระยะที่ 1: เตรียมแผลเป็นให้เหมาะกับการรักษา
ซิลิโคนเจล แผ่นซิลิโคน หรือการปิดแผลตามความเหมาะสม ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ลดความแข็ง และทำให้แผลเป็นตอบสนองต่อการรักษาอื่นได้ดีขึ้น
ระยะที่ 2: ควบคุมแผลที่ยังแดง คัน เจ็บ หรือกำลังโต
ในแผลที่ยังมีการอักเสบ แพทย์อาจพิจารณาการฉีดยาเข้าแผลเป็น เช่น corticosteroid และในบางกรณีใช้ร่วมกับ 5-fluorouracil หรือยาอื่นตามข้อบ่งชี้
หัตถการที่มุ่งลดความแดงของหลอดเลือด เช่น pulsed dye laser, long-pulsed Nd:YAG หรือ IPL อาจช่วยในแผลที่มีรอยแดงและอาการคันเด่น โดยต้องเลือกตามลักษณะแผล สีผิว และความเสี่ยงผลข้างเคียง
ระยะที่ 3: ปรับผิวสัมผัสหลังแผลสงบ
เมื่อแผลเป็นแบนลง นุ่มขึ้น และไม่มีอาการกำลังโต จึงพิจารณา fractional laser หรือหัตถการเพื่อช่วยเรื่องผิวไม่เรียบ ความแข็งตึง และคุณภาพผิว
จุดสำคัญคือ fractional resurfacing มีเป้าหมายหลักเพื่อปรับผิวสัมผัส ไม่ใช่การรักษาหลักของแผลที่ยังนูน แดง หรือมีการอักเสบต่อเนื่อง
ระยะที่ 4: ดูแลรอยคล้ำหรือสีผิวไม่สม่ำเสมอ
หลังควบคุมการอักเสบและความนูนแล้ว จึงประเมินรอยคล้ำ รอยแดงคงค้าง หรือสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอ การรีบรักษาเม็ดสีในแผลที่ยัง active อาจกระตุ้นการอักเสบและทำให้รอยดำชัดขึ้นได้
สำหรับแพทย์และผู้ทำวิจัย การบันทึกผลควรมีมากกว่าภาพก่อน–หลัง ควรระบุลักษณะแผล ตำแหน่ง สีผิว ระดับความนูน อาการคันหรือเจ็บ ชนิดเครื่องมือ ค่าพลังงาน จำนวนครั้ง ระยะห่างการรักษา การรักษาร่วม และการเกิด PIH หรือการกลับเป็นซ้ำ
สรุป:
ประเมินแผล → ทำให้แผลนุ่ม → ควบคุมการอักเสบและความนูน → ปรับผิวสัมผัส → ดูแลสีผิว
การรักษาที่ดีจึงไม่ใช่การใช้เครื่องมือที่แรงที่สุด แต่คือการเลือกวิธีที่เหมาะกับ “ระยะของแผลเป็น” และความเสี่ยงของผู้ป่วยแต่ละคน
เนื้อหานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้ การรักษาควรประเมินและวางแผนโดยแพทย์ตามลักษณะแผลเป็น ตำแหน่ง และสภาพผิวของแต่ละบุคคล
อ้างอิง: Viana de Oliveira G, et al. Consensus on energy-based devices for keloids and hypertrophic scars: A Latin American Delphi study. JEADV. 2026.
คีลอยด์ ,แผลเป็นนูน ,รักษาแผลเป็น ,เลเซอร์แผลเป็น ,Scar Treatment
.......
.......
ปรึกษาคุณหมอหรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่
Tel : 063-959-4392
Line: http://line.me/ti/p/@Demedclinic
Line: @Demedclinic
Wechat/Whatsapp: Demedclinic
IG: https://www.instagram.com/drsuparuj
FB: www.facebook.com/drsuparuj
Youtube: https://bit.ly/3p20YLE
Blockdit: https://bit.ly/3d8vYr1
TikTok : https://vt.tiktok.com/ZSJ141Mdf/
X.com : https://mobile.twitter.com/drruj1
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/s/GgUZYhfpSs
www.demedclinic.com / www.demedhaircenter.com